รวบหมอเถื่อน-หมอกระเป๋า รับฉีดโบท็อกซ์ ฟีลเลอร์  

         เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นแพทย์เสริมความงาม จำนวน 2 คดี ผู้ต้องหารวม 3 ราย

          พ.ต.อ.เนติ กล่าวว่า โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส) นำหมายค้นศาลแขวงปทุมวัน ที่ 3/2565 ลงวันที่ 13 ก.ย. 2565 เข้าตรวจค้นสถานพยาบาลเสริมความงามแห่งหนึ่งภายในสยามแสควร์ แขวงปทุมวัน หลังทราบว่ามีการใช้แพทย์ปลอมทำการรักษาประชาชน เมื่อไปถึงพบ นายพูนศักดิ์ ผู้ต้องหา กำลังทำการรักษาประชาชนที่มาใช้บริการ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบก่อนพบว่าไม่ใช่แพทย์จริง ขณะเดียวกันจากการสอบปากคำ นายพูนศักดิ์เองก็ยอมให้การรับสารภาพว่าตนเรียนจบปริญญาตรีทั่วไป ไม่ได้จบแพทย์ แต่อาศัยประสบการว่าเคยมีความรู้ทางด้านการพยาบาลมาก่อน รวมถึงเคยเป็นเซลล์ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ และมีความชอบด้านความสวยความงาม อีกทั้งมีความฝันว่าอยากเป็นแพทย์เสริมความงาม ประกอบกับคนที่เคยรับบริการบอกว่ามีฝีมือดี จึงได้กระทำการดังกล่าวเรื่อยมานานประมาณ 1 ปี จนกระทั่งถูกจับกุม เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา
“ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมฯโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกคดี เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. จับกุม น.ส. กัลยา (สงวนนามสกุล)  อายุ 37 ปี และ น.ส.จรรยมณฑน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี หลังมีพฤติกรรมตั้งตนเป็นหมอกระเป๋ารับให้บริการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ นอกสถานที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะนัดหมายสถานที่ให้บริการลูกค้า ที่ คอนโด ยู วิภา-ลาดพร้าว ซอยวิภาวดี 20 แขวงจอมพล เขตจตุจัตร จึงรวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว ก่อนพบว่า มีการกระทำดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมตรวจยึดยาแผนปัจจุบัน ยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา รวมถึงอุปกรณ์การให้บริการ และเวชภัณฑ์ในลักษณะเตรียมพร้อมสำหรับผู้มารับบริการ จำนวน 21 รายการ ไว้เป็นของกลาง

           พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน น.ส.กัลยา และ น.ส.จรรยมณฑน์ ให้การรับสารภาพว่า น.ส.กัลยา ซึ่งเรียนจบพยาบาลมา จะทำหน้าที่เป็นผู้ฉีด ส่วน น.ส.จรรยมณฑน์ จะทำหน้าที่รับจองคิว ประสานงาน นัดหมายกับลูกค้า อย่างไรก็ตามถึงแม้ตัว น.ส.กัลยา จะเรียนจบพยาบาล มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมการพยาบาลและการผดุงครรภ์ แต่ก็ไม่ใช่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมเสริมความงาม ซึ่งเป็นคนละส่วน รวมถึงสถานที่ที่ให้บริการก็ไม่ได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล จึงถือว่ามีความผิด เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาทั้งสอง ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ น.ส.กัลยา อีก 3 ข้อหา ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement