กองปราบฯบุกรวบ สจ.เอี้ยง เอี่ยวทำลายหลักฐาน คดียิงถล่มรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ ด้าน บิ๊กใหม่ รุดสอบปากคำด้วยตัวเอง

กองปราบฯบุกรวบ สจ.เอี้ยง เอี่ยวทำลายหลักฐาน คดียิงถล่มรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ ด้าน บิ๊กใหม่ รุดสอบปากคำด้วยตัวเอง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 เม.ย. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุมตัว นายนพดล อานทอง อ่ยุ 52 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก หรือ สจ.เอี้ยง ตามหมายจับศาลอาญาที่ 802 /2565 ลงวัรที่ 25 เมษายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งหลักฐานในการกระทำความผิดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเช่า ในพื้นที่ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก พร้อมตรวจยึดรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนส์ ทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร ได้ที่บ้านพักของ นายนพดล มาไว้ที่กองปราบปราม

สำหรับการจับกุมตัว นายนพดล ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์ใช้อาวุธปืนสงครามตามประกบยิงถล่มรถของ ดร.ญาณกร โท้ประยูร นายก อบต.สมบูรณ์ ส่งผลให้ ดร.ญาณกร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน นายสมชายม่วง กาศ อายุ 63 ปี รองนายก อบต.บางสมบูรณ์ และ นายวัชระ นุชแดง อายุ 52 ปี คนขับรถ ถูกคมกระสุนเข้าตามร่างกายเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบริเวณถนนปากท่อบางปรัง-เตยน้อย ม.2 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ก่อนที่ต่อมาวันที่ 22 ก.พ. เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับกุมตัวกลุ่มมือปืนที่ร่วมกันก่อเหตุได้จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ “อ็อด” หรือ “กุมารดำ” อายุ 52 ปี  และ นายธวัชชัย ศรีชาญ หรือ “วัช”  อายุ 48 ปี คงเหลือ นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ “บิ๊ก” หรือ “กุมารขาว” อายุ 35 ปี ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี จึงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลเอาผิดกลุ่มผู้จ้างวาน หรือ บุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวสืบพบว่า นายนพดล ผู้ต้องหารายนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนปกปิดอำพรางทำลายพยานหลักฐานให้ยากต่อการตรวจสอบร่องรอยการกระทำความผิด หลังพบหลักฐานว่า นายนพดล พร้อมกลุ่มมือปืน ได้ไปติดต่อซื้อรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนส์เทา ทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร จากเต๊นท์รถแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมี รุ่น และ ลักษณะรูปพรรณ สีสัน ตรงกับรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ สีบรอนส์เทา หมายเลขทะเบียน ษม 1898 กทม. คันที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อเตรียมนำมาสับเปลี่ยนกันให้ดูเหมือนว่าเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมการไว้สำหรับต่อสู้คดีหากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ เนื่องจากเป็นรถคนละคันกันไม่สามารถตรวจพบหลักฐานหรือร่องรอยการกระทำผิดได้ ส่วนรถคันที่ใช้ก่อเหตุจริง ได้ถูกนำไปจอดซุกซ่อนไว้ที่ อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อเตรียมซ่อมทำสีหรือทำลายร่องรอยต่างๆ ก่อนที่ต่อมารถคันดังกล่าวจะถูกเจ้าหน้าที่แกะรอยตามตรวจยึดไว้เป็นของกลางได้ในภายหลัง

ทั้งนี้หลังตรวจสอบพบการกระทำผิดของนายนพดล เป็นที่แน่ชัดแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ ก่อนสามารถติดตามจับกุมตัวพร้อมกับตรวจยึดรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนส์ ทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร ของกลางอีกคันได้ดังกล่าว ก่อนนำตัวมาทำการสอบปากคำยังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

ต่อมาเวลา 15.40 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว พร้อมกับเข้าร่วมสอบปากคำ นายนพดล ผู้ต้องหาคดีดังกล่าวที่เพิ่งถูกจับรายล่าสุด ด้วยตนเอง โดยใช้ดวลานานร่วม 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

โดย พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายนพดล เบื้องต้นให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวกับคดียิงรถ นายก อบต.บางสมบูรณ์ แต่ยอมรับว่าได้ไปติดต่อซื้อรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีบรอนส์ ทะเบียน 3 กถ 1019 กรุงเทพมหานคร พร้อมกับกลุ่มผู้ต้องหาจริง เนื่องจากตั้งใจจะซื้อให้ลูกชายใช้ แต่ทางพนักงานสอบสวนเองก็ไม่ได้หนักใจเนื่องจากมีพยานหลักฐานมากพอที่เขื่อได้ว่ามีการจัดซื้อรถไว้เพื่อเตรียมอำพรางคดี

พล.ต.อ.สุขาติ กล่าวต่อว่า กรณี นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ “บิ๊ก” หรือ “กุมารขาว” อายุ 35 ปี ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการติดตามอาจต้องใช้เวลา ส่วนจะมีผู้มีอิทธิพลคอยให้การช่วยเหลือหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้หนักใจ หรือ กังวลแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าไม่มีผลกระทบกับกองปราบแน่นอน ขณะที่ในส่วนของ อดีต นายก อบต.บางสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ทางพนักงานสอบสวนก็เคยเชิญตัวมาสอบปากคำไปบ้างแล้วเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งต่างๆในอดีต แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมหรือไม่นั้นไม่อยากให้คาดเดา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตามสำหรับคดีนี้แล้ว ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุขได้สั่งกำชับเน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นกังวล

Advertisement