ปอศ.จับสมาชิกขบวนการแชร์ลูกโซ่กาแฟแคชแบ็ค ตุ๋นลงทุนเสียหายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท

วันที่ 26 ก.พ. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ.สั่งการ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ มอญรัต สว.กก.5 บก.ปอศ. จับกุม นายคชภัค (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญารัชดาฯ “ร่วมกันฉ้อโกง ,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” ได้บริเวณลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้ มิจฉาชีพกลุ่มนี้มี นายทรงทรัพย์, นายฉัตรคชายัน, นางประทุมทิพย์ และนางสาวทิพย์ภาภรณ์ ที่ถูกจับกุมไปบางส่วนแล้วก่อนหน้า มีพฤติการณ์ร่วมกันเปิดบริษัทขายกาแฟใช้ชื่อว่า บริษัท กาแฟแคชแบ็ค จำกัด แถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 อ้างว่าจับมือกับหน่วยงานราชการหลายหน่วย คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กระทรวงพาณิชย์, กรมสรรพากร, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีกทั้งกรรมการบริษัทอ้างว่ารู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งหน่วยงานและนายตำรวจที่ถูกแอบอ้างไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด

จากนั้นได้ชักชวนประชาชนให้สมัครเป็นสมาชิกกับบริษัทผ่านทางเว็ปไซต์ www.cofcashback.com ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท จะได้รับรหัสสมาชิกและกาแฟ 3 กล่อง กล่องละ 350 บาท หรือสินค้าตัวอื่น เช่น ครีม หรือกระทะจักรพรรดิ และจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินจำนวน 2,050 บาท ต่อ 30 วัน แบ่งเป็น 6 งวดจ่ายทุกๆ 5 วัน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมากกว่า 86,000 รหัส ซึ่มูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านบาท ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนกลับมาเพียงเล็กน้อย บางรายชักชวนญาติพี่น้องมาสมัครด้วย

ต่อมาวันที่ 23 ตุลาคม 2561 บริษัท กาแฟแคชแบ็ค ประกาศในเว็ปไซต์ว่าบริษัทมีปัญหาจ่ายเงินให้สมาชิกไม่ได้ ขอคืนเงินทุนให้และเพิ่มอีก 20% ของเงินทุน โดยแบ่งจ่าย 4 รอบ ช่วง 27-31 ตุลาคม 2561 แต่ไม่มีสมาชิกได้รับเงิน จากนั้นบริษัทได้ปิดตัวลงและปิดเว็บไซต์ พร้อมทั้งข่มขู่สมาชิกว่าถ้าใครไปแจ้งความจะฟ้องกลับฐานทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง และจะระงับรหัสไม่จ่ายเงินให้ มีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ได้รับเงินเครียดจนเสียชีวิตถึง 3 คน

จากการสืบสวนพบว่าขบวนการมีการแบ่งหน้าที่กันทำ เช่น กลุ่มผู้สั่งการ กลุ่มผู้บริหาร กลุ่มพนักงานทำหน้าที่ดูแลระบบ และบัญชี ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ทำหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์โดยทำหน้าที่กรอกข้อมูลของลูกค้ากระทั่งเจ้าหน้าตามจับกุมส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีต่อไป

Advertisement