“บิ๊กโจ๊ก” เผยคืบหน้าคดีทุนจีนสีเทาสืบสวนไปก็ว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ด้าน “ชูวิทย์” ส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด

           (1 ธ.ค.65) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าขยายผลดำเนินคดีเครือข่ายในทุนจีนสีเทาต่อสื่อมวลชน ว่าการตรวจค้นเครื่องบินของนายตู้ห่าววานนี้ ได้พบพยานหลักฐานซึ่งจะส่งให้สำนักนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันผลเพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีให้ศาลพิจารณาต่อไป
         พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.(สส.) กล่าวว่า เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงเครื่องบินของนายตู้ห่าวด้วย ซึ่งวันนี้ก็จะตรวจทรัพย์และส่งให้ ปปส. อายัดทรัพย์ ซึ่งเมื่อวานวันเดียวตรวจไป 3-4 จุด ยึดทรัพย์สินไปได้ 4,000 กว่าล้านบาท และเมื่อสรุปรวมแล้ว ณ ขณะนี้ ได้ยึดทรัพย์สินของนายตู้ห่าวไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเป็นชื่อของนายตู้ห่าวที่ถือครองอยู่ทั้งหมด และตอนนี้ ทรัพย์สินที่ยึดได้ก็จะส่งให้ ปปส. อายัดต่อไป ส่วนกรณีนางพัชรินทร์ ที่นายชูวิทย์ ได้ส่งข้อมูลให้โดยระบุว่าเป็นภรรยาอีก 1 คนของนายตู้ห่าวนั้น เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการค้นบ้านพักด้วยเช่นกัน แต่ตัวนางพัชรินทร์ไม่อยู่ ตอนนี้กำลังออกหมายเรียกให้มาชี้แจงทรัพย์สิน
          ส่วนการตรวจสอบเครื่องบินเมื่อวานนี้ ปปส. ยึดอายัดไปแล้ว แต่ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเข้าสู่สำนวนสอบสวนจะต้องมีการเก็บดีเอ็นเอ ลายพิมพ์ฝ่ามือ นิ้วมือสิบนิ้ว และได้เอาสุนัขตำรวจตรวจสารเสพติด และได้พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมบางอย่าง แต่ยังเปิดเผยมาก็ไม่ได้ และวันนี้จะส่งพยานหลักฐานทั้งหมดให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันก่อนเพราะเพื่อที่จะเอาผลการตรวจสอบเข้าสู่สำนวนการสอบสวนได้

            ทั้งนี้ ความคืบหน้าของคดีตอนนี้ รองผบ.ตร.ระบุว่าในชั้นการสืบสวนคืบหน้าไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งจะต้องรวบรวมการสอบสวนให้เสร็จสิ้นทั้งหมดภายใน 3 อาทิตย์นี้ รวมถึงสิ่งที่รองต่อศักดิ์ดำเนินการ ก็จะเอามารวมกันอยู่ในสำนวนด้วย ซึ่ง ณ ขณะนี้ได้จับกุม ผู้ต้องหาไปแล้ว 102 คน รวมถึงผู้ต้องหารายใหญ่ 4 ราย ยกเว้นนายหมิงที่อยู่ระหว่างการหลบหนีไปยังต่างประเทศ แต่ที่จะขยายต่อคือเรืองทรัพย์คือ เงินสด ต้องไล่ว่าคนที่เก็บเงินสดไว้ เก็บไว้ที่ไหน เพราะตอนนี้สิ่งที่ยึดได้เป็นวัตถุ อาคาร รถยนต์ และที่ดิน แต่ยังไม่เจอเงินสด จึงต้องตามต่อ
        ส่วนบุคคลที่เป็นนอมินีต้องมีการดำเนินคดี ซึ่งส่วนใหญ่คนเหล่านี้เป็นคนจีนที่มีการสวมบัตรประชาชนคนไทย โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ยืนยันว่าในชั้นสืบสวน ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองคนใด
         ในส่วนของนายโทนี่ ยิป หรือนายเฉิน เจ้าฮุ้ย ที่ถูกจับ ฐานเป็นกระทำความผิดเกี่ยวกับการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ความผิดฐานนี้อัตราโทษไม่สูงจึงประกันตัวได้
      รอง ผบ.ตร.ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้ตำรวจได้รับข้อมูลมาเยอะมาก รวมถึงจ้อมูลจากคุณชูวิทย์ได้ ยืนยันว่าไม่ได้ทำตามใบสั่งใคร วันนี้ต้องยืนอยู่บนหลักของกฎหมาย ถ้าใครมีข้อมูลมาเป็นประโยชน์ก็เอามาให้ได้ ซึ่งต้องชื่นชมบุคคลเหล่านี้ที่มีความกล้า ที่ออกมาให้ข้อมูล บางคนอาจจะรู้ข้อมูลของกลุ่มคนเหล่านี้ บางคนก็ไม่รู้ อย่างเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้รู้เรื่องตั้งแต่ต้น การได้รับข้อมูลจากบุคคลที่รู้ในเรื่องดังกล่าวถือเป็นประโยชน์ในการทำคดี และทางเจ้าหน้าที่ก็ยินดีรับ

         ต่อมา เวลา 11.46. น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นำเอกสาร พยานหลักฐานเพิ่มเติม ในคดีตู้ห่าว นายทุนจีนสีเทา เจ้าของผับจินหลิง ที่เปิดให้ชาวจีนเข้ามาเที่ยว และเสพยาเสพติด มอบให้กับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไป สืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ดำเนินคดี กับนายทุนจีน นอมินี และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายชูวิทย์ เปิดเผยว่า พยานหลักฐานที่นำมามอบให้วันนี้ที่มีความสำคัญที่สุด เป็นเส้นทางทางการเงิน ของในตู้ห่าว ที่ชัดเจน 100 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้ยังขอให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ตรวจสอบข้อมูลกับสถานทูตจีนว่าตู้หาวยังมีการถือสัญชาติจีนอยู่หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายในประเทศจีน หากมีคนจีนกระทำความผิด ต่างประเทศ และยังถือสัญชาติจีนอยู่จะต้องถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดี ในประเทศจีน ส่วนรายละเอียดในเอกสารที่มอบให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ในวันนี้ว่ามีความสำคัญอย่างไรจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งในเวลา 15:00 น. ที่โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24

 

 

Advertisement