กองปราบรวบ 2 หนุ่มแสบ หลอกผู้ต้องหาคดีครอบครองรถหรูสวมทะเบียน อ้างเคลียร์คดีกองปราบให้ แต่ขอค่าดำเนินการ 1 ล้าน เหยื่อหลงเชื่อโอนมัดจำให้ก่อน 1 แสน

        เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.66 ที่ กองปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เอนก บุญตา รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมแถลงผลจับกุม นายภาณุรักษ์ หรือปาล์ม อายุ 29 ปี และ นายธเนศ หรือโอ๋ อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหา “ร่วมกันเรียก รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน โดยทุจริตฯ , ร่วมกันกรรโชก และร่วมกันฉ้อโกง ” โดยจับกุม นายภาณุรักษ์ ได้ที่ ปากซอยจตุโชติ 20 ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ส่วน นายธเนศ จับได้ที่ลานจอดรถอะพาร์ตเมนต์ ถนนลาดพร้าววังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.

         พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม ได้จับกุมกลุ่มคนร้ายปลอมป้ายภาษีรถยนต์ และปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ สามารถตรวจยึดรถยนต์หรูได้หลายสิบคัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นมีรถยนต์ของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย ต่อมา นายภาณุรักษ์ และนายธเนศ ผู้ต้องหาสองรายซึ่งอยู่ในกลุ่มเครือข่ายซื้อ-ขายรถยนต์มือสองและรถหลุดจำนำ ทราบข่าวว่าผู้เสียหายถูกจับ จึงติดต่อไปหาโดยอ้างว่า สามารถเคลียร์คดีและนำรถยนต์มาคืนผู้เสียหายได้ แต่จะต้องจ่ายค่าวิ่งเต้นคดีกับตำรวจกองปราบปรามเป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของ นายภาณุรักษ์ ครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท

          พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนที่เหลือได้มีการตกลงกันว่าจะชำระให้ในภายหลังเมื่อได้รับรถแล้ว แต่ต่อมาผู้เสียหายเริ่มสงสัยจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบปราม จนทราบว่าคดีที่ตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายตามปกติไม่มีการดำเนินการให้การช่วยเหลือทางคดีตามที่ถูกกล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อ
ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแส รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองไว้ กระทั่งติดตามจับกุมได้ดังกล่าว

         พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวน นายภาณุรักษ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วน นายธเนศ ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายธเนศ มีหมายจับศาลแขวงนนทบุรี อีก1 หมายจับในข้อหา “ยักยอกทรัพย์” จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดำเนินคดีต่อไป
Advertisement